คู่มือขอวีซ่าทำงานและท่องเที่ยวออสเตรเลีย (Work and Holiday – Subclass 462) ปี 2026 สานฝันวัยรุ่น ยื่นอย่างไร ใช้เงินกี่บาท บริการครบจบเริ่ม 1,500 บาท

โครงการ Work and Holiday (WAH) ถือเป็นความฝันอันดับต้นๆ ของวัยรุ่นชาวไทยหลายคนครับ เพราะเป็นโอกาสทองที่จะได้เดินทางไปใช้ชีวิต ท่องเที่ยว และทำงานเก็บเงินอย่างถูกต้องตามกฎหมายในประเทศออสเตรเลียเป็นเวลา 1 ปีเต็ม แต่เส้นทางสู่การคว้า “วีซ่าทำงานและท่องเที่ยวออสเตรเลีย (Work and Holiday Visa – Subclass 462)” นั้น ไม่ใช่แค่การมีเงินแล้วจะไปได้เลยครับ เพราะมีเงื่อนไขเรื่องอายุ โควตา และการสอบวัดระดับภาษาเข้ามาเกี่ยวข้อง

u0e20u0e32u0e1eu0e42u0e14u0e22 Valeriia Miller u0e1au0e19 Pexels.com

สำหรับปี 2026 (พ.ศ. 2569) การแข่งขันเพื่อแย่งชิงโควตายังคงดุเดือด และระบบการยื่นวีซ่าของออสเตรเลียก็มีความรัดกุมมาก บทความนี้ iLC (International Language Center) จะมาเจาะลึกทุกขั้นตอนแบบหมดเปลือก ตั้งแต่การเตรียมตัว การใช้จ่าย ไปจนถึงวิธียื่นเอกสารให้เป๊ะที่สุด เขียนด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย นำไปใช้เตรียมตัวได้ทันที พร้อมแนะนำบริการผู้ช่วยทำวีซ่าในราคาเริ่มต้นเพียง 1,500 บาท เพื่อสานฝัน WAH ของคุณให้เป็นจริงครับ!

วีซ่า Work and Holiday หรือที่วัยรุ่นเรียกกันติดปากว่า วีซ่า WAH เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและออสเตรเลีย ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนไทยอายุระหว่าง 18 ถึง 30 ปี (นับถึงวันยื่นวีซ่า) เดินทางไปเรียนรู้ช่องทางวัฒนธรรมและใช้ชีวิตในออสเตรเลียได้สูงสุด 12 เดือน

ความพิเศษของวีซ่าประเภทนี้คือ คุณสามารถทำงานพาร์ทไทม์หรือฟูลไทม์ได้อย่างถูกกฎหมาย (โดยมีเงื่อนไขว่าห้ามทำงานกับนายจ้างคนเดิมเกิน 6 เดือน) และยังสามารถลงเรียนคอร์สระยะสั้นต่างๆ ได้สูงสุดไม่เกิน 4 เดือนครับ เป็นวีซ่าที่ให้อิสระในการใช้ชีวิตสูงมาก แต่ก็แลกมาด้วยโควตาที่มีจำกัดในแต่ละปีครับ

สิ่งที่ทำให้วีซ่า Subclass 462 แตกต่างจากวีซ่าประเภทอื่นคือ คุณไม่สามารถเดินไปขอวีซ่ากับสถานทูตได้ทันทีครับ แต่คุณต้องผ่านด่านแรกที่สำคัญที่สุด นั่นคือการขอ “หนังสือรับรองคุณสมบัติ (Letter of Support)” จากกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) ของประเทศไทยเสียก่อน

ในแต่ละปี ดย. จะเปิดระบบออนไลน์ให้เยาวชนไทยเข้าไปกดแย่งชิงโควตากัน (มักจะเปิดช่วงกลางปี) ใครที่กดโควตาได้ทัน และส่งเอกสารให้ ดย. ตรวจสอบจนผ่าน จึงจะได้รับหนังสือรับรองฉบับนี้ เพื่อนำไปใช้เป็น “ใบเบิกทาง” ในการยื่นขอวีซ่ากับสถานทูตออสเตรเลียในขั้นตอนต่อไปครับ

u0e20u0e32u0e1eu0e42u0e14u0e22 Matt Hardy u0e1au0e19 Pexels.com

เมื่อคุณได้ใบรับรองจาก ดย. มาอยู่ในมือแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเตรียมเอกสารเพื่อยื่นเข้าสถานทูตออสเตรเลีย ซึ่งเอกสารภาษาไทยทุกฉบับจะต้องได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษ และสแกนสีให้ชัดเจนเพื่ออัปโหลดเข้าระบบออนไลน์ เอกสารสำคัญที่คุณต้องมี ได้แก่:

หนังสือรับรองคุณสมบัติ (Letter of Support) ฉบับจริงที่ออกให้โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) ซึ่งมีอายุการใช้งานจำกัด ต้องรีบยื่นวีซ่าก่อนที่เอกสารจะหมดอายุครับ

หลักฐานความรู้ภาษาอังกฤษ ถือเป็นสิ่งบังคับครับ คุณต้องมีผลการสอบวัดระดับภาษาอังกฤษที่ยังไม่หมดอายุตามเกณฑ์ที่สถานทูตกำหนด เช่น ผลสอบ IELTS (General หรือ Academic) คะแนนรวมไม่ต่ำกว่า 4.5 หรือ PTE Academic คะแนนรวมไม่ต่ำกว่า 30 หรือผลสอบอื่นๆ ที่สถานทูตรับรอง

หลักฐานการศึกษา ต้องเป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป หรือกำลังศึกษาอยู่ระดับปริญญาตรีและเรียนจบมาแล้วอย่างน้อย 3 ปีการศึกษา โดยต้องใช้ใบปริญญาบัตรและใบแสดงผลการเรียน (Transcript) ฉบับภาษาอังกฤษ

u0e20u0e32u0e1eu0e42u0e14u0e22 Tibor Janas u0e1au0e19 Pexels.com

หลักฐานทางการเงิน (Bank Statement) คุณต้องแสดงรายการเดินบัญชีที่แสดงให้เห็นว่ามีเงินทุนเพียงพอสำหรับการใช้ชีวิตในช่วงแรกที่ออสเตรเลีย สถานทูตกำหนดขั้นต่ำไว้ที่ 5,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) บวกกับค่าตั๋วเครื่องบินขากลับอีกประมาณ 1,500 – 2,000 AUD (ตีเป็นเงินไทยควรมีเงินนอนในบัญชีอย่างน้อย 150,000 – 200,000 บาท) พร้อมขอหนังสือรับรองจากธนาคาร (Bank Guarantee) เป็นภาษาอังกฤษ

เอกสารส่วนตัว หนังสือเดินทาง (Passport) ที่มีอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือน บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี) และรูปถ่ายสีหน้าตรง พื้นหลังสีขาว

ออสเตรเลียใช้ระบบการยื่นคำร้องแบบออนไลน์ (Online Application) 100% ผ่านระบบ ImmiAccount โดยมีขั้นตอนหลักๆ ดังนี้ครับ

การยื่นคำร้องผ่าน ImmiAccount เริ่มจากการสร้างบัญชีในเว็บไซต์ของ Department of Home Affairs กรอกแบบฟอร์มคำร้องออนไลน์ให้ครบถ้วน อัปโหลดไฟล์เอกสารที่แปลและสแกนเตรียมไว้ทั้งหมด จากนั้นชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าผ่านบัตรเครดิต

การเก็บข้อมูลอัตลักษณ์ (Biometrics) เมื่อยื่นคำร้องเสร็จ ระบบจะส่งจดหมายเรียกเก็บข้อมูลไบโอเมตริกซ์มาให้ คุณต้องนำจดหมายนี้นัดหมายและไปถ่ายรูปพร้อมสแกนลายนิ้วมือที่ศูนย์ VFS Global Australia ซึ่งปัจจุบันมีสาขาที่อาคารเทรนดี้ กรุงเทพฯ และสาขาเชียงใหม่

การตรวจสุขภาพ (Health Examination) ออสเตรเลียบังคับให้ผู้ยื่นวีซ่า WAH ทุกคนต้องตรวจสุขภาพครับ คุณต้องนำแบบฟอร์ม HAP ID จากระบบ ไปตรวจกับโรงพยาบาลที่สถานทูตรับรองเท่านั้น (เช่น โรงพยาบาลกรุงเทพ หรือ BNH) ผลตรวจจะถูกส่งตรงเข้าสถานทูตทางระบบออนไลน์เพื่อประกอบการพิจารณาครับ

ระยะเวลาในการรอผลพิจารณา

โดยปกติแล้ว วีซ่า Work and Holiday (Subclass 462) จะใช้เวลาพิจารณาประมาณ 14 ถึง 40 วันทำการ ขึ้นอยู่กับปริมาณผู้ยื่นคำร้องในช่วงเวลานั้น และความครบถ้วนของเอกสารที่คุณอัปโหลดเข้าไปครับ (วีซ่าที่ผ่านจะส่งมาเป็นไฟล์ e-Visa ทางอีเมล)

ค่าธรรมเนียมในการดำเนินการ (อัปเดตปี 2026)

ค่าธรรมเนียมสถานทูตออสเตรเลียสำหรับวีซ่า WAH จะอยู่ที่ประมาณ 635 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 15,000 บาทครับ (ค่าธรรมเนียมนี้ไม่สามารถขอคืนได้)

นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายแฝงอื่นๆ เช่น ค่าบริการเก็บลายนิ้วมือที่ VFS ประมาณ 800 – 900 บาท และค่าตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลอีกประมาณ 3,000 – 4,000 บาทครับ

หลังจากเหน็ดเหนื่อยกับการสอบภาษาและกดโควตา ดย. มาได้แล้ว อย่าปล่อยให้ความผิดพลาดในการกรอกฟอร์มออนไลน์หรือเอกสารแปลที่ไม่สมบูรณ์มาทำลายความฝันของคุณเลยครับ ให้ iLC (International Language Center) เป็นผู้ช่วยดูแลขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญนี้ให้คุณดีกว่า!

เรามีทีมงานที่เชี่ยวชาญระบบ ImmiAccount พร้อมดูแลคุณตั้งแต่การตรวจเช็กความเรียบร้อยของเอกสาร บริการแปลเอกสารราชการเป็นภาษาอังกฤษ กรอกแบบฟอร์มคำร้องออนไลน์อย่างแม่นยำ และจัดการจองคิว VFS รวมถึงคิวตรวจสุขภาพโรงพยาบาลให้แบบครบจบ ด้วยราคาค่าบริการเริ่มต้นเพียง 1,500 บาทเท่านั้น! (ราคานี้เฉพาะค่าดำเนินการของ iLC ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมสถานทูต ค่าแปลเอกสาร และค่าตรวจสุขภาพ/VFS) ให้เราช่วยสานฝัน ส่งคุณไปลุยออสเตรเลียอย่างมั่นใจครับ


u0e20u0e32u0e1eu0e42u0e14u0e22 Sabel Blanco u0e1au0e19 Pexels.com

Q1: อายุ 30 ปีพอดี ยังสามารถยื่นขอวีซ่า WAH ได้ไหม?

A: สามารถยื่นได้ครับ กฎของสถานทูตคือคุณต้องมีอายุไม่เกิน 30 ปีบริบูรณ์ ในวันที่กด Submit คำร้องและชำระเงินค่าธรรมเนียมในระบบออนไลน์ หากยื่นก่อนวันเกิดครบรอบ 31 ปี ถือว่ายังมีสิทธิ์ครับ

Q2: โควตาของ ดย. ในแต่ละปีมีจำนวนเท่าไหร่?

A: ในช่วงปีหลังๆ โควตาสำหรับเยาวชนไทยในโครงการออสเตรเลียมีการปรับเพิ่มขึ้นเป็น 2,000 โควตาต่อปีครับ แต่ก็ยังคงเต็มอย่างรวดเร็วตั้งแต่วันแรกที่เปิดรับสมัคร

Q3: ไม่มีใบรับรองจาก ดย. แอบยื่นวีซ่าเองเลยได้ไหม?

A: ไม่ได้เด็ดขาดครับ สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางประเทศไทย Letter of Support จาก ดย. เป็นเอกสารภาคบังคับ หากไม่มี ระบบจะไม่ให้ผ่านและสถานทูตจะปฏิเสธวีซ่าทันทีครับ

Q4: เงินในบัญชี (Bank Statement) ต้องเป็นชื่อพ่อแม่หรือชื่อเราเอง?

A: สำหรับวีซ่า WAH สถานทูตแนะนำอย่างยิ่งว่าควรเป็นเงินในบัญชีที่ใช้ “ชื่อของผู้ยื่นวีซ่าเอง” ครับ เพื่อพิสูจน์ว่าคุณมีความพร้อมในการดูแลตัวเองอย่างแท้จริง หากจำเป็นต้องใช้บัญชีสปอนเซอร์ ต้องมีจดหมายอธิบายที่มาที่ไปให้ชัดเจน

Q5: ผลสอบภาษาอังกฤษ IELTS หรือ PTE มีอายุการใช้งานกี่ปี?

A: สำหรับการยื่นขอวีซ่า WAH ออสเตรเลีย ผลสอบภาษาอังกฤษจะต้องมีอายุไม่เกิน 1 ปี นับจากวันที่มีการทดสอบจนถึงวันที่ยื่นคำร้องขอวีซ่าในระบบครับ

Q6: เรียนจบ ปวส. สามารถขอวีซ่า WAH ได้ไหม?

A: ไม่ได้ครับ เงื่อนไขด้านการศึกษาของโครงการออสเตรเลียระบุชัดเจนว่า ต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป หรือมีใบรับรองว่ากำลังศึกษาอยู่ระดับปริญญาตรีและผ่านการเรียนมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปีการศึกษาครับ

Q7: วีซ่า WAH สามารถทำงานประเภทไหนได้บ้าง?

A: สามารถทำได้แทบทุกประเภทงานที่ถูกกฎหมายครับ ตั้งแต่งานร้านอาหาร งานฟาร์ม งานออฟฟิศ ไปจนถึงงานบริการต่างๆ แต่มีกฎเหล็กคือ ห้ามทำงานกับนายจ้างคนเดิม (หรือองค์กรเดียวกัน) ติดต่อกันเกิน 6 เดือนครับ

Q8: สามารถต่อวีซ่า WAH ปีที่ 2 และปีที่ 3 ได้ไหม?

A: สามารถต่อได้ครับ (Second and Third Work and Holiday visa) แต่คุณต้องมีประวัติการทำงานในสายงานที่ออสเตรเลียกำหนด (Specified work) เช่น งานเกษตรกรรม งานฟาร์ม งานก่อสร้าง หรือพื้นที่ชนบท ตามระยะเวลาที่สถานทูตระบุไว้ในช่วงปีแรกครับ

Q9: ถ้าจดทะเบียนสมรสแล้ว หรือมีลูก สามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้ไหม?

A: คนที่แต่งงานแล้วสามารถเข้าร่วมได้ครับ แต่เงื่อนไขสำคัญคือ คุณจะไม่สามารถนำบุตรหรือผู้ติดตาม (Dependent child) เดินทางไปด้วยด้วยวีซ่าประเภทนี้ได้ครับ ต้องเดินทางไปคนเดียว

Q10: ใช้บริการ iLC สามารถให้ช่วยแปลเอกสารแล้วส่งกลับมาให้ยื่นเองได้ไหม?

ช่องทางติดต่อใช้บริการ iLC (International Language Center)

Call Center : 094-4529111

Line Official ID : @ILC.LTD (มี @ ข้างหน้า)

Email : contact@ilc.ltd

Website : www.ilc.business

ที่อยู่สำนักงานใหญ่ : 61 ซอยลาดพร้าว 95 (ปรางค์ทิพย์) แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310

สาขาขอนแก่น (โครงการ The Wall) : ชั้น 2 โครงการ The Wall ถนนรื่นรมย์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000

สาขาอุดรธานี : 31/43 ถนนศรีชมชื่น ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี 41000

เปิดทำการ : วันจันทร์-เสาร์ เวลา 09:00 – 18:00 น. หยุดทุกวันอาทิตย์

One-Stop Service ครบ จบ ทุกเรื่องเอกสาร ที่ iLC (International Language Center)

ไม่ว่าคุณจะต้องการ แปลเอกสาร รับรองเอกสาร ยื่นขอวีซ่า จดทะเบียนสมรส หรือบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเอกสาร iLC (International Language Center) พร้อมให้บริการแบบ One-Stop Service ครบวงจร

  • บริการแปลเอกสารโดย นักแปลมืออาชีพ และนักแปลเจ้าของภาษา
  • บริการแปลเอกสารทุกภาษาทั่วโลก กว่า 196 ภาษา
  • บริการแปลภาษาทุกประเภท เช่น เอกสารราชการ เอกสารส่วนตัว Website และงานอื่น ๆ
  • บริการแปล พร้อมรับรองโดยสถาบันแปล
  • บริการแปล พร้อมรับรอง โดยหน่วยงานต่าง ๆ
  • บริการรับรองเอกสาร NAATI
  • บริการรับรองเอกสารโดยสถาบันแปล
  • บริการรับรองสถานทูตทั่วโลก
  • บริการรับรองกงสุล
  • บริการทนาย Notary Public
  • บริการแปล รับรองโดยนักแปลที่ขึ้นทะเบียนสถานทูต
  • บริการแปล รับรองโดยนักแปลที่ขึ้นทะเบียนสถานทูต กระทรวงยุติธรรม
  • บริการให้คำปรึกษาวีซ่า รับยื่นวีซ่า รับทำวีซ่า รับแก้วีซ่าไม่ผ่าน สำหรับชาวไทยที่ต้องการเดินทางไปต่างประเทศ
  • บริการล่ามแปลภาษานอกสถานที่ ล่ามแปลสด ล่ามแปลแบบ ONLINE ทุกภาษาทั่วโลก
  • บริการตรวจสอบประวัติอาชญากรกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อใช้สมัครงานในประเทศไทย สำหรับบุคคลสัญชาติไทย
  • บริการตรวจสอบประวัติอาชญากรกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อนำไปใช้ยื่นขอวีซ่า หรือนำไปใช้ที่ต่างประเทศ สำหรับบุคคลสัญชาติไทย
  • บริการให้คำปรึกษา และจัดเตรียมเอกสารสำหรับจดทะเบียนสมรสในประเทศไทย ระหว่างบุคคลสัญชาติไทยและชาวต่างชาติทุกสัญชาติทั่วโลก
  • บริการให้คำปรึกษา และจัดเตรียมเอกสารสำหรับจดทะเบียนสมรสที่ต่างประเทศทุกประเทศทั่วโลก ระหว่างบุคคลสัญชาติไทยและชาวต่างชาติ
  • บริการให้คำปรึกษาวีซ่า รับทำวีซ่า รับยื่นวีซ่า รับแก้วีซ่าไม่ผ่าน ทุกประเทศทั่วโลกสำหรับชาวต่างชาติ
  • บริการทำวีซ่าประเทศไทยสำหรับชาวต่างชาติ NON-O, วีซ่าอุปการะบุตร, วีซ่าติดตามสามี, วีซ่าติดตามภรรยา, วีซ่าเกษียณ, NON-B, WORK PERMIT, VISA EXTENSION, ED-VISA, MOU
  • บริการจองและจำหน่ายตั๋วเครื่องบินทุกสายการบิน และทุกเส้นทางทั่วโลก
  • บริการจำหน่ายประกันภัยการเดินทางไปต่างประเทศ
  • บริการจัดหา TOURIST VOUCHER เพื่อใช้ในการยื่นขอวีซ่า
  • บริการจัดหา LOI (LETTER OF INVITATION) เพื่อใช้ในการยื่นขอวีซ่า
  • บริการทำบัตร APEC (Business Travel Card) สำหรับบุคคลสัญชาติไทย

iLC (International Language Center) ภูมิใจนำเสนอทีมนักแปลมืออาชีพผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาจากทั่วทุกมุมโลก ทีมทนาย Notary Public ไม่ว่าคุณจะต้องการ แปลเอกสาร รับรองเอกสาร เรามีนักแปลที่เหมาะสมกับงานของคุณ นักแปลของเราผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มงวด และมีประสบการณ์ในการแปลเอกสารหลากหลายประเภท เช่น เอกสารทางกฎหมาย เอกสารทางการแพทย์ เอกสารทางวิชาการ และเอกสารทางธุรกิจ เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้รับงานแปลที่มีคุณภาพ ถูกต้อง และตรงตามความต้องการ นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของทีมนักแปลของเราเท่านั้น เรายังมีนักแปลอีกมากมายที่พร้อมให้บริการ รองรับทุกภาษาทั่วโลก ติดต่อเรา วันนี้เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการแปลภาษาของเรา

ที่อยู่สำนักงานใหญ่ 95 โครงการ The Wall ถนนรื่นรมย์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น 40000

สาขากรุงเทพ 61 ซอย ลาดพร้าว95 (ปรางค์ทิพย์) แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310

สาขาอุดร 31/43 ถนนศรีชมชื่น ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี 41000

สาขาภูเก็ต วายซี 114/12 ถนนปฏิพัทธ์, ตำบลตลาดเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต 83000

Call Center: 094-4529111

Line Official ID: @iLC.LTD

Email: contact@ilc.ltd