เจาะลึกวิธีขอวีซ่านักเรียนออสเตรเลีย (Student Visa – Subclass 500) ปี 2026 บริการดูแลครบจบ เริ่มต้นแค่ 1,500 บาท

การไปเรียนต่อที่ประเทศออสเตรเลียคือความฝันของใครหลายคนครับ ไม่ว่าจะเป็นการไปพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษให้เป๊ะปัง การเรียนสายอาชีพ (VET) เพื่อต่อยอดการทำงาน หรือการคว้าใบปริญญาจากมหาวิทยาลัยระดับโลก แต่หนทางสู่ความสำเร็จนี้ต้องเริ่มต้นจากการขอ “วีซ่านักเรียนออสเตรเลีย (Student Visa – Subclass 500)” ให้ผ่านเสียก่อน

u0e20u0e32u0e1eu0e42u0e14u0e22 Tibor Janas u0e1au0e19 Pexels.com

ในปี 2026 กฎเกณฑ์การพิจารณาวีซ่านักเรียนของออสเตรเลียมีการปรับเปลี่ยนและเพิ่มความเข้มงวดขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะการประเมินเจตนาที่แท้จริงของผู้เรียน (Genuine Student) บทความนี้ iLC (International Language Center) จะมาเจาะลึกทุกขั้นตอน อัปเดตข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงมหาดไทยออสเตรเลีย (Department of Home Affairs) ให้คุณเตรียมตัวได้อย่างไร้รอยรั่ว พร้อมนำเสนอบริการผู้ช่วยทำวีซ่าระดับมืออาชีพในราคาเริ่มต้นเพียง 1,500 บาทเท่านั้นครับ!

วีซ่านักเรียน (Subclass 500) เป็นวีซ่าที่อนุญาตให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้าไปศึกษาต่อแบบเต็มเวลา (Full-time) ในสถาบันการศึกษาของออสเตรเลียที่ได้รับการรับรอง (มีรหัส CRICOS) ระยะเวลาของวีซ่าจะครอบคลุมตลอดหลักสูตรที่คุณลงเรียน บวกกับเวลาพักผ่อนหลังเรียนจบอีกประมาณ 1-2 เดือนครับ

ข้อดีที่ทำให้วีซ่านี้น่าสนใจที่สุด คือสิทธิ์ในการทำงานพาร์ทไทม์ครับ ปัจจุบันผู้ถือวีซ่านักเรียนออสเตรเลียสามารถทำงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยทั่วไปจะจำกัดเวลาทำงานอยู่ที่ 48 ชั่วโมงต่อ 2 สัปดาห์ (Fortnight) ในช่วงเปิดเทอม และสามารถทำแบบเต็มเวลา (Full-time) ได้แบบไม่จำกัดชั่วโมงในช่วงปิดเทอมครับ ทำให้หลายคนสามารถหาประสบการณ์และแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้อย่างดีเยี่ยม

u0e20u0e32u0e1eu0e42u0e14u0e22 Robert Stokoe u0e1au0e19 Pexels.com

ไฮไลต์สำคัญของการยื่นวีซ่านักเรียนในยุคนี้คือ การเปลี่ยนระบบจากการเขียน GTE มาเป็น GS (Genuine Student) ครับ

ทางสถานทูตจะให้คุณตอบคำถามแบบเจาะจงในระบบออนไลน์ เพื่อพิสูจน์ว่าคุณคือ “นักเรียนตัวจริง” ที่ตั้งใจไปศึกษาหาความรู้ ไม่ใช่แฝงตัวไปเพื่อลักลอบทำงาน คุณต้องสามารถอธิบายได้ว่า ทำไมถึงเลือกเรียนหลักสูตรนี้ ทำไมต้องเป็นออสเตรเลีย (เรียนที่ไทยไม่ได้หรือ?) และหลักสูตรนี้จะนำไปต่อยอดอาชีพการงานในอนาคตที่ประเทศไทยได้อย่างไร การตอบคำถาม GS ให้สอดคล้องกับประวัติการศึกษาและการทำงานของคุณคือจุดชี้ชะตาว่าวีซ่าจะผ่านหรือไม่ครับ

เอกสารสำหรับวีซ่านักเรียนจะเยอะและซับซ้อนกว่าวีซ่าท่องเที่ยวครับ โดยเอกสารไทยทุกฉบับต้องได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษ และสแกนสีให้ชัดเจนเพื่ออัปโหลดเข้าระบบ เอกสารหลักๆ มีดังนี้ครับ

เอกสารจากสถาบันการศึกษา (ฝั่งออสเตรเลีย) คุณต้องมีใบตอบรับการเข้าเรียน (Letter of Offer) และเมื่อชำระค่าเทอมแล้วจะได้ ใบยืนยันการลงทะเบียนเรียน (CoE – Confirmation of Enrolment) รวมถึงต้องมีหลักฐานการซื้อประกันสุขภาพสำหรับนักเรียนต่างชาติ (OSHC) ตลอดระยะเวลาที่ถือวีซ่าด้วยครับ

เอกสารส่วนตัวและประวัติการศึกษา หนังสือเดินทาง (Passport) เล่มจริงที่อายุเหลือเกิน 6 เดือน บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน ใบเปลี่ยนชื่อ (ถ้ามี) พร้อมด้วย Transcript และใบปริญญาบัตร/ประกาศนียบัตรจากสถาบันที่เรียนจบมา

หลักฐานการเงิน (Financial Capacity) เป็นอีกจุดที่สถานทูตเพ่งเล็งครับ ต้องใช้สเตทเมนต์ (Bank Statement) ของคุณหรือสปอนเซอร์ (เช่น พ่อแม่) ย้อนหลัง 6 เดือน ที่แสดงให้เห็นว่ามีเงินฝากเพียงพอสำหรับจ่ายค่าเทอม ค่าครองชีพ (ปัจจุบันออสเตรเลียกำหนดค่าครองชีพขั้นต่ำไว้ที่ประมาณ 29,710 AUD ต่อปี) และค่าตั๋วเครื่องบิน พร้อมแนบหนังสือรับรองการทำงานของสปอนเซอร์เพื่อยืนยันที่มาของรายได้ด้วยครับ

หลักฐานการทำงานและผลภาษา หากคุณเรียนจบมานานแล้ว ต้องมีหนังสือรับรองการทำงาน หรือ Resume ที่อธิบายช่องว่าง (Gap year) อย่างชัดเจน และสำหรับบางหลักสูตร (เช่น ปริญญาตรี/โท หรือหลักสูตรวิชาชีพบางตัว) อาจต้องแนบผลคะแนนสอบ IELTS, PTE หรือ TOEFL ตามเกณฑ์ที่สถาบันและสถานทูตกำหนดครับ

u0e20u0e32u0e1eu0e42u0e14u0e22 Hugo Heimendinger u0e1au0e19 Pexels.com

การขอวีซ่านักเรียนออสเตรเลียจะดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ 100% ควบคู่ไปกับการตรวจสุขภาพและเก็บลายนิ้วมือครับ

การยื่นคำร้องผ่าน ImmiAccount เริ่มจากการสร้างบัญชีในเว็บไซต์ของ Department of Home Affairs ตอบคำถาม GS กรอกประวัติอย่างละเอียด อัปโหลดไฟล์เอกสารทั้งหมดที่แปลเรียบร้อยแล้ว และชำระค่าธรรมเนียมผ่านบัตรเครดิต

การเก็บข้อมูลอัตลักษณ์ (Biometrics) เมื่อยื่นคำร้องเสร็จ ระบบจะส่งจดหมายเรียกเก็บไบโอเมตริกซ์มาให้ คุณต้องนำจดหมายนี้นัดหมายและไปถ่ายรูปพร้อมสแกนลายนิ้วมือที่ศูนย์ VFS Global (มีสาขาที่กรุงเทพฯ และเชียงใหม่)

การตรวจสุขภาพ (Health Examination) สำหรับวีซ่านักเรียน การตรวจสุขภาพเป็นสิ่งบังคับครับ คุณต้องนำแบบฟอร์ม HAP ID ที่ได้จากระบบ ไปตรวจสุขภาพกับโรงพยาบาลที่สถานทูตออสเตรเลียรับรองเท่านั้น (เช่น โรงพยาบาลกรุงเทพ, BNH, หรือโรงพยาบาลเชียงใหม่ราม) ผลตรวจจะถูกส่งตรงเข้าสถานทูตทางระบบออนไลน์ครับ

ระยะเวลารอผลวีซ่า

ระยะเวลาจะค่อนข้างแกว่งครับ ขึ้นอยู่กับประเภทของสถาบัน (Level) และความครบถ้วนของเอกสาร โดยทั่วไปหลักสูตรภาษาอังกฤษ (ELICOS) หรือสายอาชีพ (VET) อาจใช้เวลาพิจารณาตั้งแต่ 2 สัปดาห์ ไปจนถึง 2 เดือน ส่วนระดับมหาวิทยาลัย (Higher Education) มักจะพิจารณาได้เร็วกว่า แนะนำให้เตรียมตัวและยื่นล่วงหน้าอย่างน้อย 2-3 เดือนก่อนเปิดเทอมครับ

ค่าธรรมเนียมสถานทูตและค่าใช้จ่ายอื่นๆ

ในปี 2026 ค่าธรรมเนียมวีซ่านักเรียน (Subclass 500) ของออสเตรเลียมีการปรับตัวสูงขึ้นอยู่ที่ประมาณ 1,600 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) หรือราวๆ 36,000 บาทไทยครับ (ค่าธรรมเนียมนี้ไม่สามารถขอคืนได้หากวีซ่าไม่ผ่าน) นอกจากนี้ยังมีค่าธรรมเนียมเก็บลายนิ้วมือที่ VFS ประมาณ 800 – 900 บาท และค่าตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลอีกประมาณ 3,000 – 4,000 บาทครับ

u0e20u0e32u0e1eu0e42u0e14u0e22 Rijan Hamidovic u0e1au0e19 Pexels.com

การตอบคำถาม GS (Genuine Student) ให้โดนใจสถานทูต และการจัดการเอกสารออนไลน์จำนวนมหาศาลอาจทำให้ว่าที่นักเรียนหลายคนเครียด ปล่อยให้ทีมงานผู้เชี่ยวชาญจาก iLC (International Language Center) เป็นคนดูแลคุณดีกว่าครับ!

เราเข้าใจอินไซต์ของสถานทูตออสเตรเลียเป็นอย่างดี พร้อมให้บริการตรวจเช็กโปรไฟล์ ช่วยไกด์ไลน์การเขียนตอบคำถาม GS ให้หนักแน่นน่าเชื่อถือ บริการแปลเอกสารราชการ กรอกฟอร์มผ่าน ImmiAccount และช่วยจองคิว VFS รวมถึงโรงพยาบาลให้ครบ จบในที่เดียว ด้วยราคาค่าบริการเริ่มต้นเพียง 1,500 บาทเท่านั้น! (ราคานี้เฉพาะค่าดำเนินการของ iLC ไม่รวมค่าธรรมเนียมสถานทูต ค่าแปลเอกสาร และค่าใช้จ่ายของบุคคลที่สาม) ให้เราส่งคุณไปถึงหน้าประตูโรงเรียนที่ออสเตรเลียอย่างมั่นใจครับ


Q1: อายุ 30 กว่าแล้ว ยังขอวีซ่านักเรียนออสเตรเลียได้ไหม?

A: ได้ครับ สถานทูตไม่ได้มีกฎเกณฑ์จำกัดอายุตายตัว แต่อายุที่มากขึ้นบวกกับการทิ้งช่วงจากการเรียนมานาน จะทำให้สถานทูตเพ่งเล็งเรื่อง GS มากขึ้น คุณต้องมีเหตุผลที่แข็งแรงมากพอว่าทำไมถึงต้องกลับไปเรียนอีกครั้งครับ

Q2: ขอวีซ่านักเรียน สามารถพาแฟนหรือลูกไปด้วยได้ไหม?

A: สามารถทำได้ครับ หากจดทะเบียนสมรสหรือพิสูจน์ความสัมพันธ์ (De facto) ได้ชัดเจน สามารถยื่นขอให้คู่สมรสหรือบุตรเป็นผู้ติดตาม (Dependent) ได้ โดยต้องยื่นเอกสารความสัมพันธ์และแสดงหลักฐานการเงินที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายของผู้ติดตามด้วยครับ

Q3: ยื่นวีซ่านักเรียน ต้องมีการสัมภาษณ์ไหม?

A: ปัจจุบันออสเตรเลียมักจะพิจารณาจากเอกสารที่อัปโหลดและคำตอบ GS ในระบบออนไลน์เป็นหลักครับ แต่อาจมีบางเคสที่เจ้าหน้าที่สถานทูตโทรศัพท์มาสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาไทยเพื่อทดสอบความตั้งใจเรียนจริงๆ ครับ

Q4: ต้องจ่ายค่าเทอมก่อน หรือรอวีซ่าผ่านค่อยจ่าย?

A: ตามกฎแล้ว คุณต้องชำระค่าเทอม (มักจะเป็นเทอมแรก) และค่าประกันสุขภาพ (OSHC) ให้กับทางสถาบันก่อนครับ เพื่อให้สถาบันออกใบ CoE มาใช้เป็นเอกสารสำคัญในการยื่นวีซ่าเข้าระบบครับ

Q5: ถ้ายื่นวีซ่านักเรียนไม่ผ่าน จะได้เงินค่าเทอมคืนไหม?

A: ได้คืนครับ สถาบันการศึกษาในออสเตรเลียมีนโยบายคืนเงินค่าเทอม (Refund Policy) หากนักเรียนถูกปฏิเสธวีซ่า แต่อาจจะมีการหักค่าธรรมเนียมการจัดการ (Admin fee) เล็กน้อย ทั้งนี้ต้องเช็กเงื่อนไขของแต่ละสถาบันให้ดีครับ (ส่วนค่าธรรมเนียมสถานทูต 1,600 AUD จะไม่ได้คืนครับ)

Q6: เป็นฟรีแลนซ์ ไม่มีสลิปเงินเดือน จะให้ใครเป็นสปอนเซอร์ได้บ้าง?

A: แนะนำให้ใช้บุคคลในครอบครัวสายเลือดเดียวกันเป็นสปอนเซอร์ครับ เช่น พ่อ แม่ พี่ น้องแท้ๆ ที่มีหน้าที่การงานมั่นคง มีเงินเดินบัญชีสม่ำเสมอ และสามารถออกหนังสือรับรองการทำงานมาสนับสนุนคุณได้ครับ

Q7: ใบรับรองผลการเรียน (Transcript) เป็นภาษาอังกฤษอยู่แล้ว ต้องแปลอีกไหม?

A: หากเอกสารทางการศึกษาออกโดยสถาบันเป็นภาษาอังกฤษมาให้แล้ว สามารถใช้ไฟล์สแกนนั้นอัปโหลดเข้าระบบได้เลยครับ ไม่ต้องนำไปแปลซ้ำอีกครับ

Q8: ค่าธรรมเนียมวีซ่านักเรียน 1,600 AUD สามารถผ่อนชำระได้ไหม?

A: ไม่ได้ครับ ระบบ ImmiAccount ของสถานทูตออสเตรเลียกำหนดให้ชำระค่าธรรมเนียมเต็มจำนวนผ่านบัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือ PayPal ในครั้งเดียว ก่อนที่จะสามารถกด Submit ส่งคำร้องได้ครับ

Q9: อาศัยอยู่ภาคอีสาน ไม่อยากลงไป กทม. ทำเรื่องวีซ่าได้ไหม?

A: ได้แน่นอนครับ! ลูกค้าสามารถเข้าไปปรึกษาและส่งเอกสารได้ที่ iLC สาขาขอนแก่น หรือสาขาอุดรธานีได้เลย ทีมงานเราจัดการแปลเอกสารและคีย์ข้อมูลออนไลน์ให้ ส่วนการสแกนลายนิ้วมือ หากสะดวกสามารถเลือกไปทำที่ศูนย์ VFS เชียงใหม่ หรือ กทม. ก็ได้ตามสะดวกครับ

Q10: ใช้เวลาทำเอกสารกับ iLC นานไหมกว่าจะยื่นวีซ่าได้?

A: หากลูกค้าได้รับใบ CoE จากโรงเรียนและส่งเอกสารส่วนตัวมาให้ทางเราครบถ้วน ทีมงาน iLC จะใช้เวลาตรวจสอบ แปลเอกสาร และเตรียมคำตอบ GS ลงระบบประมาณ 3-5 วันทำการ ก็สามารถกดยื่นเข้าสถานทูตได้เลยครับ รวดเร็วและแม่นยำแน่นอน!


u0e20u0e32u0e1eu0e42u0e14u0e22 Flickr u0e1au0e19 Pexels.com

ช่องทางติดต่อใช้บริการ iLC (International Language Center)

Call Center : 094-4529111

Line Official ID : @ILC.LTD (มี @ ข้างหน้า)

Email : contact@ilc.ltd

Website : www.ilc.business

ที่อยู่สำนักงานใหญ่ : 61 ซอยลาดพร้าว 95 (ปรางค์ทิพย์) แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310

สาขาขอนแก่น (โครงการ The Wall) : ชั้น 2 โครงการ The Wall ถนนรื่นรมย์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000

สาขาอุดรธานี : 31/43 ถนนศรีชมชื่น ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี 41000

เปิดทำการ : วันจันทร์-เสาร์ เวลา 09:00 – 18:00 น. หยุดทุกวันอาทิตย์

One-Stop Service ครบ จบ ทุกเรื่องเอกสาร ที่ iLC (International Language Center)

ไม่ว่าคุณจะต้องการ แปลเอกสาร รับรองเอกสาร ยื่นขอวีซ่า จดทะเบียนสมรส หรือบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเอกสาร iLC (International Language Center) พร้อมให้บริการแบบ One-Stop Service ครบวงจร

  • บริการแปลเอกสารโดย นักแปลมืออาชีพ และนักแปลเจ้าของภาษา
  • บริการแปลเอกสารทุกภาษาทั่วโลก กว่า 196 ภาษา
  • บริการแปลภาษาทุกประเภท เช่น เอกสารราชการ เอกสารส่วนตัว Website และงานอื่น ๆ
  • บริการแปล พร้อมรับรองโดยสถาบันแปล
  • บริการแปล พร้อมรับรอง โดยหน่วยงานต่าง ๆ
  • บริการรับรองเอกสาร NAATI
  • บริการรับรองเอกสารโดยสถาบันแปล
  • บริการรับรองสถานทูตทั่วโลก
  • บริการรับรองกงสุล
  • บริการทนาย Notary Public
  • บริการแปล รับรองโดยนักแปลที่ขึ้นทะเบียนสถานทูต
  • บริการแปล รับรองโดยนักแปลที่ขึ้นทะเบียนสถานทูต กระทรวงยุติธรรม
  • บริการให้คำปรึกษาวีซ่า รับยื่นวีซ่า รับทำวีซ่า รับแก้วีซ่าไม่ผ่าน สำหรับชาวไทยที่ต้องการเดินทางไปต่างประเทศ
  • บริการล่ามแปลภาษานอกสถานที่ ล่ามแปลสด ล่ามแปลแบบ ONLINE ทุกภาษาทั่วโลก
  • บริการตรวจสอบประวัติอาชญากรกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อใช้สมัครงานในประเทศไทย สำหรับบุคคลสัญชาติไทย
  • บริการตรวจสอบประวัติอาชญากรกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อนำไปใช้ยื่นขอวีซ่า หรือนำไปใช้ที่ต่างประเทศ สำหรับบุคคลสัญชาติไทย
  • บริการให้คำปรึกษา และจัดเตรียมเอกสารสำหรับจดทะเบียนสมรสในประเทศไทย ระหว่างบุคคลสัญชาติไทยและชาวต่างชาติทุกสัญชาติทั่วโลก
  • บริการให้คำปรึกษา และจัดเตรียมเอกสารสำหรับจดทะเบียนสมรสที่ต่างประเทศทุกประเทศทั่วโลก ระหว่างบุคคลสัญชาติไทยและชาวต่างชาติ
  • บริการให้คำปรึกษาวีซ่า รับทำวีซ่า รับยื่นวีซ่า รับแก้วีซ่าไม่ผ่าน ทุกประเทศทั่วโลกสำหรับชาวต่างชาติ
  • บริการทำวีซ่าประเทศไทยสำหรับชาวต่างชาติ NON-O, วีซ่าอุปการะบุตร, วีซ่าติดตามสามี, วีซ่าติดตามภรรยา, วีซ่าเกษียณ, NON-B, WORK PERMIT, VISA EXTENSION, ED-VISA, MOU
  • บริการจองและจำหน่ายตั๋วเครื่องบินทุกสายการบิน และทุกเส้นทางทั่วโลก
  • บริการจำหน่ายประกันภัยการเดินทางไปต่างประเทศ
  • บริการจัดหา TOURIST VOUCHER เพื่อใช้ในการยื่นขอวีซ่า
  • บริการจัดหา LOI (LETTER OF INVITATION) เพื่อใช้ในการยื่นขอวีซ่า
  • บริการทำบัตร APEC (Business Travel Card) สำหรับบุคคลสัญชาติไทย

iLC (International Language Center) ภูมิใจนำเสนอทีมนักแปลมืออาชีพผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาจากทั่วทุกมุมโลก ทีมทนาย Notary Public ไม่ว่าคุณจะต้องการ แปลเอกสาร รับรองเอกสาร เรามีนักแปลที่เหมาะสมกับงานของคุณ นักแปลของเราผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มงวด และมีประสบการณ์ในการแปลเอกสารหลากหลายประเภท เช่น เอกสารทางกฎหมาย เอกสารทางการแพทย์ เอกสารทางวิชาการ และเอกสารทางธุรกิจ เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้รับงานแปลที่มีคุณภาพ ถูกต้อง และตรงตามความต้องการ นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของทีมนักแปลของเราเท่านั้น เรายังมีนักแปลอีกมากมายที่พร้อมให้บริการ รองรับทุกภาษาทั่วโลก ติดต่อเรา วันนี้เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการแปลภาษาของเรา

ที่อยู่สำนักงานใหญ่ 95 โครงการ The Wall ถนนรื่นรมย์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น 40000

สาขากรุงเทพ 61 ซอย ลาดพร้าว95 (ปรางค์ทิพย์) แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310

สาขาอุดร 31/43 ถนนศรีชมชื่น ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี 41000

สาขาภูเก็ต วายซี 114/12 ถนนปฏิพัทธ์, ตำบลตลาดเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต 83000

Call Center: 094-4529111

Line Official ID: @iLC.LTD

Email: contact@ilc.ltd