เคล็ดลับขอวีซ่าผู้ติดตามนักเรียนออสเตรเลีย (Student Guardian Visa) ปี 2026 ยื่นที่ไหน ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ พร้อมบริการเริ่ม 1,500 บาท
- โพสนี้ มีหัวข้ออะไรบ้าง
- วีซ่าผู้ติดตามนักเรียนออสเตรเลีย (Student Guardian Visa – Subclass 590) คืออะไร?
- กฎเหล็กและเงื่อนไขสำคัญที่ต้องรู้ก่อนยื่นวีซ่า (Subclass 590)
- เอกสารที่ใช้ขอวีซ่าผู้ติดตามนักเรียนออสเตรเลีย ปี 2569 ต้องใช้อะไรบ้าง?
- ขั้นตอนการขอวีซ่าผู้ติดตามนักเรียน ยื่นที่ไหนและมีกระบวนการอย่างไร?
- ระยะเวลาพิจารณากี่วัน และใช้เงินกี่บาท (ค่าธรรมเนียมสถานทูต)?
- บริการรับทำวีซ่าผู้ติดตามนักเรียนออสเตรเลีย ครบจบในที่เดียวกับ iLC เริ่มต้นเพียง 1,500 บาท
- คำถามที่พบบ่อย (FAQ) วีซ่าผู้ติดตามนักเรียนออสเตรเลีย (Subclass 590)
การส่งลูกหลานไปศึกษาต่อที่ประเทศออสเตรเลียเพื่อเปิดโลกกว้างและพัฒนาทักษะภาษาเป็นเรื่องที่น่ายินดีครับ แต่สำหรับเด็กที่อายุยังน้อย ความเป็นห่วงของคนเป็นพ่อแม่ย่อมมีมากเป็นพิเศษ ทางรัฐบาลออสเตรเลียเข้าใจในจุดนี้ จึงได้ออกแบบวีซ่าประเภทพิเศษเพื่อตอบโจทย์ครอบครัวโดยเฉพาะ
สำหรับปี 2026 (พ.ศ. 2569) ระเบียบการยื่นเอกสารและการพิจารณาของสถานทูตมีการอัปเดตและใช้ระบบออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ บทความนี้ iLC (International Language Center) ได้รวบรวมข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการของกระทรวงมหาดไทยออสเตรเลีย (Department of Home Affairs) มาสรุปให้อ่านเข้าใจง่าย เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่เตรียมตัวได้อย่างถูกต้อง พร้อมนำเสนอบริการผู้ช่วยทำวีซ่าแบบครบวงจรในราคาที่คุ้มค่า เริ่มต้นเพียง 1,500 บาทเท่านั้นครับ!

วีซ่าผู้ติดตามนักเรียนออสเตรเลีย (Student Guardian Visa – Subclass 590) คืออะไร?
วีซ่าผู้ติดตามนักเรียน (Subclass 590) เป็นวีซ่าที่ออกให้สำหรับบิดา มารดา หรือผู้ปกครองตามกฎหมาย ที่มีความประสงค์จะเดินทางไปดูแลบุตรหลานซึ่งเป็นนักเรียนต่างชาติและมีอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ในสถาบันการศึกษาของประเทศออสเตรเลียครับ
ระยะเวลาของวีซ่าประเภทนี้จะสอดคล้องกับระยะเวลาเรียนของนักเรียน โดยสถานทูตจะอนุญาตให้ผู้ปกครองพำนักอยู่ได้จนกว่าวีซ่านักเรียนของบุตรหลานจะหมดอายุ หรือจนกว่านักเรียนคนนั้นจะมีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ (แล้วแต่ระยะเวลาใดจะถึงก่อน) เพื่อให้เด็กได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดและปลอดภัยที่สุดระหว่างการศึกษาครับ
กฎเหล็กและเงื่อนไขสำคัญที่ต้องรู้ก่อนยื่นวีซ่า (Subclass 590)
ก่อนจะตัดสินใจยื่นขอวีซ่าประเภทนี้ มีเงื่อนไขสำคัญที่ทางสถานทูตออสเตรเลียกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด ซึ่งผู้ปกครองต้องทำความเข้าใจและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดครับ
ข้อแรกคือ ผู้ถือวีซ่าผู้ติดตาม จะไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงานหารายได้ในออสเตรเลียอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นงานประเภทใดก็ตาม เพราะจุดประสงค์หลักคือการไปดูแลบุตรหลานครับ
ข้อต่อมาคือ คุณต้องพักอาศัยอยู่ร่วมกับนักเรียนที่คุณติดตามไปดูแลเสมอ และที่สำคัญคือ ห้ามเดินทางออกจากประเทศออสเตรเลียโดยไม่มีนักเรียนคนนั้นเดินทางไปด้วยเด็ดขาด เว้นแต่ในกรณีฉุกเฉินที่คุณต้องเดินทางกลับไทยชั่วคราว คุณจะต้องแจ้งให้สถานทูตและทางโรงเรียนทราบล่วงหน้า เพื่อจัดหาผู้ดูแลชั่วคราว (Welfare arrangement) ที่สถานทูตอนุมัติมาดูแลเด็กแทนในช่วงที่คุณไม่อยู่ครับ สำหรับการเรียน ผู้ปกครองสามารถลงเรียนคอร์สภาษาอังกฤษระยะสั้น (ELICOS) ได้ไม่เกิน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ครับ
เอกสารที่ใช้ขอวีซ่าผู้ติดตามนักเรียนออสเตรเลีย ปี 2569 ต้องใช้อะไรบ้าง?
การเตรียมเอกสารสำหรับวีซ่า Subclass 590 จะมีความซับซ้อนตรงที่ต้องแสดงหลักฐานความสัมพันธ์และความพร้อมทางการเงินอย่างชัดเจน เอกสารที่เป็นภาษาไทยทุกฉบับต้องนำไปแปลเป็นภาษาอังกฤษ และสแกนสีเพื่อเตรียมอัปโหลดเข้าระบบออนไลน์ครับ
เอกสารส่วนตัวและหลักฐานความสัมพันธ์
สิ่งแรกที่ต้องเตรียมคือ หนังสือเดินทาง (Passport) ตัวจริงที่อายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน บัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี) และรูปถ่ายหน้าตรงพื้นหลังสีขาวถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน นอกจากนี้ เอกสารที่ขาดไม่ได้คือ “สูติบัตร” ของนักเรียน เพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันความสัมพันธ์ทางสายเลือด หรือหากเป็นผู้ปกครองตามกฎหมาย ต้องมีเอกสารสิทธิ์ในการปกครองบุตรที่ออกโดยหน่วยงานราชการมาแสดงด้วยครับ

หลักฐานทางการเงิน (Financial Capacity) จุดชี้ชะตาวีซ่า
สถานทูตออสเตรเลียให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากครับ คุณต้องแสดงหลักฐานว่ามีเงินทุนเพียงพอที่จะดูแลทั้งตัวเองและนักเรียนโดยไม่ต้องพึ่งพารายได้จากการทำงานในออสเตรเลีย ซึ่งสามารถทำได้ 2 วิธีหลักๆ วิธีแรกคือ การโชว์เงินฝากในบัญชี (Bank Statement) ย้อนหลัง 6 เดือน ที่ครอบคลุมค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ค่าเล่าเรียนของเด็ก และค่าครองชีพสำหรับ 1 ปีเต็ม (ปัจจุบันออสเตรเลียกำหนดค่าครองชีพขั้นต่ำไว้สูงถึงเกือบ 30,000 AUD ต่อคนต่อปี)
วิธีที่สองคือ การใช้หลักฐานรายได้ของคู่สมรส (เช่น พ่อหรือแม่ที่ทำงานอยู่เมืองไทยและไม่ได้เดินทางไปด้วย) โดยต้องแสดงเอกสารการเสียภาษีหรือหนังสือรับรองรายได้ประจำปีว่ามีรายได้ต่อปีไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่สถานทูตกำหนด (ประมาณ 83,000 AUD ขึ้นไป) เพื่อยืนยันว่าเป็นสปอนเซอร์หลักให้ครอบครัวได้ครับ
เอกสารฝั่งนักเรียนและประกันสุขภาพ
ต้องแนบหลักฐานการสมัครเรียนของบุตรหลาน เช่น ใบตอบรับการเข้าเรียน (Letter of Offer) หรือใบยืนยันการลงทะเบียนเรียน (CoE) และในส่วนของผู้ติดตามเอง จะต้องซื้อประกันสุขภาพสำหรับผู้มาเยือนต่างประเทศ (OVHC – Overseas Visitor Health Cover) ให้ครอบคลุมตลอดระยะเวลาที่ตั้งใจจะพำนักอยู่ในออสเตรเลียด้วยครับ
ขั้นตอนการขอวีซ่าผู้ติดตามนักเรียน ยื่นที่ไหนและมีกระบวนการอย่างไร?
ปัจจุบันประเทศออสเตรเลียไม่มีการรับยื่นเอกสารแบบกระดาษที่สถานทูตแล้วครับ ทุกขั้นตอนจะดำเนินการผ่านระบบดิจิทัลทั้งหมด ซึ่งมีความสะดวกแต่ก็ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบสูง
การยื่นคำร้องผ่านระบบออนไลน์ (ImmiAccount)
ผู้สมัครต้องสร้างบัญชีผู้ใช้ในเว็บไซต์ของ Department of Home Affairs จากนั้นกรอกแบบฟอร์มคำร้องออนไลน์ (Application) ซึ่งมีคำถามภาษาอังกฤษจำนวนมากที่ต้องตอบให้สอดคล้องกับเอกสาร เมื่อกรอกเสร็จ ให้อัปโหลดไฟล์สแกนเอกสารทั้งหมดที่แปลเรียบร้อยแล้วเข้าไปในระบบ และทำการตัดบัตรเครดิตเพื่อชำระค่าธรรมเนียมสถานทูตครับ
การเก็บข้อมูลไบโอเมตริกซ์และการตรวจสุขภาพ
หลังจากยื่นคำร้องเข้าระบบสำเร็จ คุณจะได้รับจดหมายเรียกเก็บลายนิ้วมือ (Biometrics Requirement Letter) ให้นำจดหมายนี้ไปจองคิวเพื่อนัดหมายเข้าไปถ่ายรูปและสแกนลายนิ้วมือที่ศูนย์ VFS Global (มีสาขาที่กรุงเทพฯ และเชียงใหม่) นอกจากนี้ ผู้ยื่นวีซ่าทุกคนจะต้องนำแบบฟอร์ม HAP ID ไปเข้ารับการตรวจสุขภาพกับโรงพยาบาลที่สถานทูตรับรองเท่านั้นครับ (เช่น โรงพยาบาลกรุงเทพ หรือ BNH) ผลตรวจจะถูกส่งตรงเข้าสถานทูตทางระบบออนไลน์โดยอัตโนมัติ
ระยะเวลาพิจารณากี่วัน และใช้เงินกี่บาท (ค่าธรรมเนียมสถานทูต)?
ระยะเวลาในการรอผลพิจารณาวีซ่า
วีซ่าผู้ติดตามนักเรียน (Subclass 590) มักจะใช้เวลาพิจารณาตรวจสอบเอกสารนานกว่าวีซ่าท่องเที่ยวปกติครับ โดยทั่วไปสถานทูตจะใช้เวลาพิจารณาอยู่ที่ประมาณ 1 เดือน ถึง 3 เดือนทำการ ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของหลักฐานทางการเงินและปริมาณคำร้องในช่วงนั้น แนะนำให้คุณพ่อคุณแม่เตรียมตัวและยื่นเอกสารล่วงหน้าอย่างน้อย 2-3 เดือนก่อนโรงเรียนของลูกจะเปิดเทอมครับ
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ
สำหรับปี 2026 ค่าธรรมเนียมการยื่นขอวีซ่า Subclass 590 ที่ต้องชำระให้สถานทูตออสเตรเลียจะอยู่ที่ประมาณ 1,600 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) หรือคิดเป็นเงินไทยราวๆ 36,000 บาทครับ (ค่าธรรมเนียมนี้ไม่สามารถขอคืนได้ในกรณีที่วีซ่าถูกปฏิเสธ) นอกจากนี้ยังมีค่าบริการสแกนลายนิ้วมือที่ศูนย์ VFS ประมาณ 800 – 900 บาท และค่าตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลอีกประมาณ 3,000 – 4,000 บาท ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียมเผื่อไว้ครับ
บริการรับทำวีซ่าผู้ติดตามนักเรียนออสเตรเลีย ครบจบในที่เดียวกับ iLC เริ่มต้นเพียง 1,500 บาท
การกรอกข้อมูลออนไลน์ที่ซับซ้อนและการเรียบเรียงเอกสารการเงินให้สถานทูตเข้าใจและเชื่อถือ เป็นขั้นตอนที่ทำให้ผู้ปกครองหลายท่านปวดหัว ปล่อยให้ภาระนี้เป็นหน้าที่ของทีมงานมืออาชีพจาก iLC (International Language Center) ดีกว่าครับ!
เราพร้อมเป็นผู้ช่วยดูแลครอบครัวของคุณตั้งแต่การให้คำปรึกษาเรื่องการจัดเตรียมสเตทเมนต์ บริการแปลเอกสารราชการเป็นภาษาอังกฤษพร้อมรับรอง การกรอกแบบฟอร์มคำร้องผ่านระบบ ImmiAccount อย่างแม่นยำ ไปจนถึงการช่วยจองคิวนัดหมาย VFS และโรงพยาบาลให้เสร็จสรรพ ในราคาค่าบริการเริ่มต้นเพียง 1,500 บาทเท่านั้น! (ราคานี้เฉพาะค่าดำเนินการของ iLC ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมสถานทูต ค่าแปลเอกสาร และค่าใช้จ่ายบุคคลที่สาม) ให้เราช่วยจัดการความยุ่งยาก เพื่อให้คุณได้มีเวลาเตรียมความพร้อมดูแลลูกรักอย่างเต็มที่ครับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) วีซ่าผู้ติดตามนักเรียนออสเตรเลีย (Subclass 590)
Q1: ลูกอายุเกิน 18 ปีแล้ว พ่อแม่ขอวีซ่าผู้ติดตามได้ไหม?
A: ไม่ได้ครับ วีซ่า Subclass 590 สงวนไว้สำหรับผู้ปกครองที่ต้องไปดูแลนักเรียนอายุ “ต่ำกว่า 18 ปี” เท่านั้น หากบุตรหลานอายุ 18 ปีขึ้นไป ถือว่าบรรลุนิติภาวะแล้ว พ่อแม่จะต้องขอเป็นวีซ่าท่องเที่ยว (Visitor Visa – Subclass 600) เพื่อเดินทางไปเยี่ยมเยียนแทนครับ
Q2: แอบรับจ้างทำงานร้านอาหารพาร์ทไทม์ระหว่างถือวีซ่านี้ได้ไหม?
A: ไม่ได้เด็ดขาดครับ กฎหมายออสเตรเลียเข้มงวดมาก ผู้ถือวีซ่า Subclass 590 จะถูกประทับเงื่อนไข No Work (Condition 8101) ห้ามทำงานทุกประเภท หากถูกจับได้จะถูกเพิกถอนวีซ่าและส่งกลับประเทศทันทีครับ
Q3: พ่อและแม่ สามารถขอวีซ่าติดตามลูกไปพร้อมกันทั้ง 2 คนได้ไหม?
A: สถานทูตจะอนุมัติวีซ่าผู้ติดตามให้กับผู้ปกครองเพียง “1 คน” ต่อนักเรียน 1 คนเท่านั้นครับ เพื่อให้มีคนใดคนหนึ่งดูแลเด็ก ส่วนผู้ปกครองอีกท่านที่ต้องการไปส่งหรือเยี่ยมเยียน จะต้องยื่นขอเป็นวีซ่าท่องเที่ยวครับ
Q4: ระหว่างลูกไปโรงเรียน ผู้ปกครองสามารถลงเรียนภาษาได้ไหม?
A: สามารถทำได้ครับ สถานทูตอนุญาตให้ผู้ถือวีซ่าผู้ติดตามสามารถลงเรียนคอร์สภาษาอังกฤษ (ELICOS) แบบพาร์ทไทม์ได้ไม่เกิน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เพื่อให้ผู้ปกครองสามารถพัฒนาทักษะภาษาควบคู่ไปด้วยได้ครับ
Q5: หากลูกได้วีซ่านักเรียนแล้ว ค่อยมายื่นขอวีซ่าผู้ติดตามทีหลังได้ไหม?
A: สามารถทำได้ครับ แต่เพื่อความสะดวกและมั่นใจว่าเด็กจะมีผู้ดูแลเดินทางไปพร้อมกัน แนะนำให้ยื่นคำร้องออนไลน์ไปพร้อมๆ กับการยื่นวีซ่านักเรียนของบุตรหลานเลยจะดีที่สุดครับ โดยแนบหลักฐานอ้างอิงถึงกัน
Q6: น้องชายหรือพี่สาวที่บรรลุนิติภาวะแล้ว ขอวีซ่าผู้ติดตามแทนน้องได้ไหม?
A: ได้ครับ หากบิดามารดาไม่สะดวกเดินทาง สามารถมอบอำนาจให้ญาติสายตรง (พี่ ป้า น้า อา ปู่ ย่า ตา ยาย) ที่มีอายุ 21 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และมีประวัติที่ขาวสะอาด เป็นผู้ยื่นขอวีซ่าเพื่อไปดูแลเด็กแทนได้ครับ
Q7: ถ้ามีลูกเล็กที่ยังไม่ได้เข้าเรียนอีกคน จะพาไปอยู่ด้วยได้ไหม?
A: โดยหลักการแล้ว วีซ่า Subclass 590 ไม่อนุญาตให้นำเด็กเล็ก (ที่อายุต่ำกว่า 6 ปีและยังไม่ถึงวัยเรียน) ติดตามไปด้วยครับ เว้นแต่จะมีเหตุผลด้านมนุษยธรรมที่รุนแรงมากๆ ซึ่งสถานทูตจะพิจารณาเป็นกรณีพิเศษและผ่านได้ยากมากครับ
Q8: อาศัยอยู่ต่างจังหวัด ไม่อยากเดินทางเข้ากรุงเทพฯ iLC ช่วยจัดการให้ได้ไหม?
A: ยินดีเลยครับ! ลูกค้าสามารถนำเอกสารไปติดต่อที่ iLC สาขาขอนแก่น หรือสาขาอุดรธานีได้โดยตรง ทีมงานจะจัดการแปลและยื่นระบบออนไลน์ให้ ส่วนขั้นตอนสแกนลายนิ้วมือ หากลูกค้าสะดวกที่ภาคเหนือก็สามารถนัดหมายไปทำที่ศูนย์ VFS เชียงใหม่ได้ครับ ช่วยประหยัดเวลาเดินทางได้มาก
Q9: ถ้าใช้วิธีแสดงรายได้ของคู่สมรส ต้องใช้หลักฐานอะไรบ้าง?
A: ต้องใช้แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.) ของปีล่าสุดที่ออกโดยกรมสรรพากร หรือหนังสือรับรองเงินเดือนจากบริษัทที่แสดงให้เห็นรายได้รวมทั้งปีอย่างชัดเจน นำมาแปลเป็นภาษาอังกฤษประกอบการยื่นครับ
Q10: ค่าบริการ 1,500 บาท ของ iLC ช่วยดูแลเรื่องประกันสุขภาพด้วยไหม?
A: ราคานี้เป็นค่าบริการในการดำเนินการเรื่องเอกสารและกรอกระบบวีซ่าครับ สำหรับประกันสุขภาพ (OVHC) ทีมงาน iLC ยินดีให้คำแนะนำและช่วยประสานงานหาบริษัทประกันที่ได้มาตรฐานและราคาเหมาะสมให้คุณพ่อคุณแม่เลือกซื้อเพิ่มเติมได้อย่างสบายใจครับ

ช่องทางติดต่อใช้บริการ iLC (International Language Center)
Call Center : 094-4529111
Line Official ID : @ILC.LTD (มี @ ข้างหน้า)
Email : contact@ilc.ltd
Website : www.ilc.business
ที่อยู่สำนักงานใหญ่ : 61 ซอยลาดพร้าว 95 (ปรางค์ทิพย์) แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310
สาขาขอนแก่น (โครงการ The Wall) : ชั้น 2 โครงการ The Wall ถนนรื่นรมย์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
สาขาอุดรธานี : 31/43 ถนนศรีชมชื่น ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี 41000
เปิดทำการ : วันจันทร์-เสาร์ เวลา 09:00 – 18:00 น. หยุดทุกวันอาทิตย์
บริการทั้งหมดของเรา
One-Stop Service ครบ จบ ทุกเรื่องเอกสาร ที่ iLC (International Language Center)
ไม่ว่าคุณจะต้องการ แปลเอกสาร รับรองเอกสาร ยื่นขอวีซ่า จดทะเบียนสมรส หรือบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเอกสาร iLC (International Language Center) พร้อมให้บริการแบบ One-Stop Service ครบวงจร
บริการแปลภาษา
- บริการแปลเอกสารโดย นักแปลมืออาชีพ และนักแปลเจ้าของภาษา
- บริการแปลเอกสารทุกภาษาทั่วโลก กว่า 196 ภาษา
- บริการแปลภาษาทุกประเภท เช่น เอกสารราชการ เอกสารส่วนตัว Website และงานอื่น ๆ
- บริการแปล พร้อมรับรองโดยสถาบันแปล
- บริการแปล พร้อมรับรอง โดยหน่วยงานต่าง ๆ
บริการรับรองเอกสาร
- บริการรับรองเอกสาร NAATI
- บริการรับรองเอกสารโดยสถาบันแปล
- บริการรับรองสถานทูตทั่วโลก
- บริการรับรองกงสุล
- บริการทนาย Notary Public
- บริการแปล รับรองโดยนักแปลที่ขึ้นทะเบียนสถานทูต
- บริการแปล รับรองโดยนักแปลที่ขึ้นทะเบียนสถานทูต กระทรวงยุติธรรม
บริการอื่น ๆ
- บริการให้คำปรึกษาวีซ่า รับยื่นวีซ่า รับทำวีซ่า รับแก้วีซ่าไม่ผ่าน สำหรับชาวไทยที่ต้องการเดินทางไปต่างประเทศ
- บริการล่ามแปลภาษานอกสถานที่ ล่ามแปลสด ล่ามแปลแบบ ONLINE ทุกภาษาทั่วโลก
- บริการตรวจสอบประวัติอาชญากรกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อใช้สมัครงานในประเทศไทย สำหรับบุคคลสัญชาติไทย
- บริการตรวจสอบประวัติอาชญากรกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อนำไปใช้ยื่นขอวีซ่า หรือนำไปใช้ที่ต่างประเทศ สำหรับบุคคลสัญชาติไทย
- บริการให้คำปรึกษา และจัดเตรียมเอกสารสำหรับจดทะเบียนสมรสในประเทศไทย ระหว่างบุคคลสัญชาติไทยและชาวต่างชาติทุกสัญชาติทั่วโลก
- บริการให้คำปรึกษา และจัดเตรียมเอกสารสำหรับจดทะเบียนสมรสที่ต่างประเทศทุกประเทศทั่วโลก ระหว่างบุคคลสัญชาติไทยและชาวต่างชาติ
- บริการให้คำปรึกษาวีซ่า รับทำวีซ่า รับยื่นวีซ่า รับแก้วีซ่าไม่ผ่าน ทุกประเทศทั่วโลกสำหรับชาวต่างชาติ
- บริการทำวีซ่าประเทศไทยสำหรับชาวต่างชาติ NON-O, วีซ่าอุปการะบุตร, วีซ่าติดตามสามี, วีซ่าติดตามภรรยา, วีซ่าเกษียณ, NON-B, WORK PERMIT, VISA EXTENSION, ED-VISA, MOU
- บริการจองและจำหน่ายตั๋วเครื่องบินทุกสายการบิน และทุกเส้นทางทั่วโลก
- บริการจำหน่ายประกันภัยการเดินทางไปต่างประเทศ
- บริการจัดหา TOURIST VOUCHER เพื่อใช้ในการยื่นขอวีซ่า
- บริการจัดหา LOI (LETTER OF INVITATION) เพื่อใช้ในการยื่นขอวีซ่า
- บริการทำบัตร APEC (Business Travel Card) สำหรับบุคคลสัญชาติไทย
ตัวอย่างผลงานของเรา
นักแปลและทนายของเรา
นักแปล NAATI ของเรา

นักแปลภาษาจีน

นักแปลไทย-อังกฤษ

นักแปลไทย-อังกฤษ

นักแปลไทย-อังกฤษ
ทนาย Notary Public ของเรา
iLC (International Language Center) ภูมิใจนำเสนอทีมนักแปลมืออาชีพผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาจากทั่วทุกมุมโลก ทีมทนาย Notary Public ไม่ว่าคุณจะต้องการ แปลเอกสาร รับรองเอกสาร เรามีนักแปลที่เหมาะสมกับงานของคุณ นักแปลของเราผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มงวด และมีประสบการณ์ในการแปลเอกสารหลากหลายประเภท เช่น เอกสารทางกฎหมาย เอกสารทางการแพทย์ เอกสารทางวิชาการ และเอกสารทางธุรกิจ เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้รับงานแปลที่มีคุณภาพ ถูกต้อง และตรงตามความต้องการ นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของทีมนักแปลของเราเท่านั้น เรายังมีนักแปลอีกมากมายที่พร้อมให้บริการ รองรับทุกภาษาทั่วโลก ติดต่อเรา วันนี้เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการแปลภาษาของเรา
ที่อยู่สำนักงานใหญ่ 95 โครงการ The Wall ถนนรื่นรมย์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น 40000
สาขากรุงเทพ 61 ซอย ลาดพร้าว95 (ปรางค์ทิพย์) แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310
สาขาอุดร 31/43 ถนนศรีชมชื่น ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี 41000
สาขาภูเก็ต วายซี 114/12 ถนนปฏิพัทธ์, ตำบลตลาดเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต 83000



















