How to ขอวีซ่าคู่ครองออสเตรเลีย (Partner Visa) ปี 2026 ย้ายประเทศไปอยู่กับแฟน บริการเริ่มต้นเพียง 1,500 บาท
- โพสนี้ มีหัวข้ออะไรบ้าง
- ทำความรู้จักวีซ่าคู่ครองออสเตรเลีย มีกี่ประเภท แตกต่างกันอย่างไร?
- เงื่อนไขสำคัญ: ต้องแต่งงานแล้วเท่านั้น หรือแค่เป็นแฟนกันก็ยื่นได้?
- เช็กลิสต์เอกสารสำคัญ พิสูจน์รักแท้ให้ ตม. ออสเตรเลียเชื่อ (อัปเดต 2026)
- ยื่นวีซ่าคู่ครองที่ไหน? มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง?
- ใช้เวลารอผลนานแค่ไหน? และค่าธรรมเนียมใช้อะไรบ้าง (ใช้เงินกี่บาท)?
- เอกสารแน่นปึ้ก รักแท้ไม่มีสะดุด บริการรับทำวีซ่าคู่ครอง โดย iLC เริ่มต้นเพียง 1,500 บาท
- คำถามที่พบบ่อย (FAQ) วีซ่าคู่ครองออสเตรเลีย (Partner Visa)
ความรักระยะไกลเป็นเรื่องท้าทาย แต่การทำเอกสารย้ายประเทศไปอยู่ด้วยกันนั้นท้าทายยิ่งกว่าครับ! สำหรับคนไทยที่มีคู่สมรสหรือแฟนเป็นชาวออสเตรเลีย (รวมถึงผู้ถือวีซ่าถาวรออสเตรเลีย) และกำลังวางแผนสร้างครอบครัวร่วมกันที่แดนจิงโจ้ สิ่งที่คุณต้องเผชิญคือการยื่นขอ “วีซ่าคู่ครองออสเตรเลีย (Partner Visa)” ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในวีซ่าที่ปราบเซียนที่สุด ใช้เวลาพิจารณานานที่สุด และมีค่าธรรมเนียมสูงที่สุดครับ

ในปี 2026 นี้ ทางกระทรวงมหาดไทยออสเตรเลีย (Department of Home Affairs) ได้มีการปรับปรุงระบบออนไลน์และเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบความสัมพันธ์เพื่อป้องกันการจ้างแต่งงาน
iLC (International Language Center) จะมาเจาะลึกทุกขั้นตอน อธิบายความแตกต่างของซับคลาส 309/100 และ 820/801 แบบเข้าใจง่าย นำไปใช้เตรียมตัวได้ทันที พร้อมบริการเป็นผู้ช่วยส่วนตัวในการจัดการเอกสารที่ยุ่งยาก ในราคาเริ่มต้นเพียง 1,500 บาทครับ!

ทำความรู้จักวีซ่าคู่ครองออสเตรเลีย มีกี่ประเภท แตกต่างกันอย่างไร?
วีซ่าคู่ครองออสเตรเลียถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ตาม “สถานที่” ที่ผู้สมัครอาศัยอยู่ในขณะที่ยื่นคำร้องครับ โดยปกติแล้วจะเป็นการยื่นขอวีซ่าชั่วคราว (Provisional) ก่อน เมื่อผ่านไป 2 ปี จึงจะสามารถยื่นเรื่องขอปรับเป็นวีซ่าถาวร (Permanent) ได้ครับ
ยื่นจากนอกประเทศออสเตรเลีย (Offshore Partner Visa): Subclass 309 และ 100
หากคุณพำนักอยู่ที่ประเทศไทย (หรือประเทศอื่นๆ นอกออสเตรเลีย) ในวันที่กดส่งคำร้อง คุณจะต้องยื่นขอ Subclass 309 (วีซ่าชั่วคราว) และเมื่อได้รับการอนุมัติ คุณถึงจะเดินทางเข้าออสเตรเลียได้ครับ หลังจากถือวีซ่านี้ครบกำหนดเวลาที่สถานทูตตั้งไว้ คุณจะสามารถยื่นหลักฐานความสัมพันธ์เพิ่มเติมเพื่อขอวีซ่า Subclass 100 (วีซ่าถาวร) ต่อไป
ยื่นจากในประเทศออสเตรเลีย (Onshore Partner Visa): Subclass 820 และ 801
หากคุณเดินทางเข้าไปในออสเตรเลียด้วยวีซ่าประเภทอื่นแล้ว (เช่น วีซ่านักเรียน หรือวีซ่าท่องเที่ยวที่ไม่มีเงื่อนไขห้ามยื่นวีซ่าต่อ) และแต่งงานหรือใช้ชีวิตคู่กันที่นั่น คุณสามารถยื่นคำร้องขอ Subclass 820 (วีซ่าชั่วคราว) ได้เลย ข้อดีคือระหว่างที่รอผล คุณจะได้รับ Bridging Visa ให้อาศัยและทำงานในออสเตรเลียได้อย่างถูกกฎหมาย และหลังจากนั้นจึงค่อยยื่นขอ Subclass 801 (วีซ่าถาวร) ครับ
เงื่อนไขสำคัญ: ต้องแต่งงานแล้วเท่านั้น หรือแค่เป็นแฟนกันก็ยื่นได้?
ออสเตรเลียเปิดกว้างเรื่องความสัมพันธ์มากครับ คุณไม่จำเป็นต้องมีทะเบียนสมรสเสมอไป แต่สถานทูตจะแบ่งลักษณะความสัมพันธ์ที่ยื่นได้ออกเป็น 2 แบบหลักๆ
แบบจดทะเบียนสมรส (Married): เป็นการสมรสที่ถูกต้องตามกฎหมายออสเตรเลีย หรือกฎหมายไทย (มีใบ คร.2 หรือ คร.3)
แบบพฤตินัย (De facto relationship): หากไม่ได้จดทะเบียนสมรส คุณต้องมีหลักฐานพิสูจน์ได้ว่า “ใช้ชีวิตคู่อยู่กินฉันสามีภรรยา” ร่วมบ้านเดียวกันมาแล้วอย่างน้อย 12 เดือนเต็มก่อนวันยื่นวีซ่าครับ (รวมถึงคู่รักเพศเดียวกันหรือ Same-sex couples ก็สามารถยื่นในเงื่อนไขนี้ได้เช่นกัน)

เช็กลิสต์เอกสารสำคัญ พิสูจน์รักแท้ให้ ตม. ออสเตรเลียเชื่อ (อัปเดต 2026)
การเตรียมเอกสารสำหรับวีซ่าคู่ครองนั้น “ยิ่งแน่น ยิ่งดี” ครับ เอกสารภาษาไทยทุกฉบับต้องได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษ และรวบรวมเป็นหมวดหมู่เพื่ออัปโหลดเข้าระบบออนไลน์ ดังนี้ครับ
เอกสารส่วนตัวและประวัติอาชญากรรม: พาสปอร์ต บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน สูติบัตร ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล ใบหย่า (ถ้าเคยแต่งงานมาก่อน) และที่สำคัญคือ “ใบรับรองประวัติอาชญากรรม (Police Clearance)” จากทุกประเทศที่คุณเคยอาศัยอยู่เกิน 12 เดือนในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
หลักฐานความสัมพันธ์ (Relationship Evidence): นี่คือหัวใจหลักของการยื่นวีซ่า สถานทูตต้องการหลักฐานครอบคลุม 4 ด้าน ได้แก่
ด้านการเงิน (Financial aspects): บัญชีธนาคารร่วมกัน (Joint account), สัญญาซื้อบ้านหรือเช่าบ้านร่วมกัน, บิลค่าน้ำค่าไฟที่มีชื่อทั้งสองคน
ด้านการใช้ชีวิตร่วมกัน (Household nature): การแบ่งภาระหน้าที่ในบ้าน, บิลสั่งของออนไลน์มาที่อยู่เดียวกัน, จดหมายที่ส่งถึงที่อยู่เดียวกัน
ด้านสังคม (Social matters): รูปถ่ายคู่กับครอบครัวและเพื่อนฝูงในวาระต่างๆ, โพสต์บนโซเชียลมีเดีย, ทะเบียนสมรส, เอกสารการเดินทางไปเที่ยวด้วยกัน (ตั๋วเครื่องบิน/โรงแรม)
ด้านความผูกพัน (Nature of commitment): บันทึกการแชทพูดคุย (LINE, WhatsApp) บิลค่าโทรศัพท์ช่วงที่ต้องอยู่ห่างกัน และจดหมายเขียนเล่าประวัติความรัก (Relationship Statement) ของทั้งคู่
แบบฟอร์มพยานบุคคล (Form 888): เป็นหนังสือรับรองคำให้การ (Statutory Declarations) จากเพื่อน ญาติ หรือคนรู้จักที่เป็นพลเมืองหรือผู้ถือวีซ่าถาวรออสเตรเลีย อย่างน้อย 2 คน เพื่อยืนยันว่าคู่ของคุณคบกันจริง
ยื่นวีซ่าคู่ครองที่ไหน? มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง?
ระบบการยื่นคำร้องจะเป็นรูปแบบออนไลน์ทั้งหมดผ่าน ImmiAccount ครับ
เริ่มต้นจากตัวผู้สมัคร (Applicant) ต้องสร้างคำร้อง กรอกข้อมูลประวัติส่วนตัวและประวัติความสัมพันธ์ที่ยาวมาก พร้อมอัปโหลดหลักฐานทั้งหมด และชำระค่าธรรมเนียม
หลังจากนั้น ฝั่งคนออสเตรเลีย (Sponsor) จะต้องเข้าไปสร้างคำร้องในระบบอีกฝั่ง เพื่อกดยืนยันการเป็นสปอนเซอร์ให้คุณ
เมื่อระบบรับเรื่องแล้ว ผู้สมัครจะต้องนำจดหมายเรียกเก็บข้อมูลไบโอเมตริกซ์ไปจองคิว เพื่อสแกนลายนิ้วมือที่ศูนย์ VFS Global (กรุงเทพฯ หรือ เชียงใหม่) และนำแบบฟอร์ม HAP ID ไปเข้ารับการตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลที่สถานทูตรับรองครับ

ใช้เวลารอผลนานแค่ไหน? และค่าธรรมเนียมใช้อะไรบ้าง (ใช้เงินกี่บาท)?
ระยะเวลาในการพิจารณา
ต้องบอกว่าวีซ่าคู่ครองต้องใช้ความอดทนสูงมากครับ สำหรับ Subclass 309/100 (ยื่นจากไทย) ปัจจุบันใช้เวลาพิจารณาเฉลี่ยตั้งแต่ 9 เดือน ไปจนถึง 24 เดือน ส่วน Subclass 820/801 (ยื่นในออสเตรเลีย) อาจใช้เวลา 6 เดือน ถึง 15 เดือน ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของหลักฐานที่ยื่นไปตั้งแต่แรกครับ
ค่าธรรมเนียมวีซ่ามหาโหด
ในปี 2026 ค่าธรรมเนียมสถานทูตออสเตรเลียสำหรับวีซ่า Partner Visa (จ่ายครั้งเดียวยื่นได้ทั้งชั่วคราวและถาวร) ปรับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 9,095 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) หรือคิดเป็นเงินไทยราวๆ 210,000 – 220,000 บาทครับ! (หากโดนปฏิเสธ จะไม่ได้เงินก้อนนี้คืนเด็ดขาด)
นอกจากนี้ยังมีค่าแปลเอกสารจำนวนมาก ค่าตรวจสุขภาพ ค่าใบรับรองตำรวจ และค่าเก็บลายนิ้วมือที่ VFS เพิ่มเติมด้วยครับ
เอกสารแน่นปึ้ก รักแท้ไม่มีสะดุด บริการรับทำวีซ่าคู่ครอง โดย iLC เริ่มต้นเพียง 1,500 บาท
ด้วยค่าธรรมเนียมสถานทูตที่สูงทะลุสองแสนบาท การยื่นเอกสารพลาดหรือหลักฐานอ่อนจนถูกปฏิเสธวีซ่า จึงเป็นความเสี่ยงที่ไม่คุ้มค่าเลยครับ! ให้ผู้เชี่ยวชาญจาก iLC (International Language Center) เข้ามาดูแลและอุดช่องโหว่ของเอกสารให้คุณดีกว่าครับ
เรามีประสบการณ์ตรงในการจัดการวีซ่าคู่ครองออสเตรเลีย บริการของเราครอบคลุมตั้งแต่การให้คำปรึกษาเชิงลึก ช่วยวางแผนรวบรวมหลักฐานความสัมพันธ์ทั้ง 4 ด้าน บริการแปลเอกสารราชการไทยเป็นภาษาอังกฤษพร้อมรับรอง ดำเนินการกรอกคำร้องและอัปโหลดไฟล์ในระบบ ImmiAccount อย่างเป็นระเบียบ ทั้งฝั่ง Applicant และ Sponsor ไปจนถึงช่วยจองคิว VFS และตรวจสุขภาพ ทั้งหมดนี้ในราคาค่าบริการเริ่มต้นเพียง 1,500 บาท! (ราคานี้เฉพาะค่าดำเนินการของ iLC ไม่รวมค่าธรรมเนียมสถานทูต ค่าแปลเอกสารแบบเหมา และค่าใช้จ่ายบุคคลที่สาม) ความรักของคุณให้คุณดูแล ส่วนเรื่องเอกสารที่ยุ่งยาก ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเราครับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) วีซ่าคู่ครองออสเตรเลีย (Partner Visa)
Q1: ไม่ได้จดทะเบียนสมรส แต่เป็นแฟนกันมาหลายปี ยื่นวีซ่าคู่ครองได้ไหม?
A: ได้ครับ หากคุณสามารถพิสูจน์ได้ว่าอยู่ในความสัมพันธ์แบบ De facto (อยู่กินฉันสามีภรรยา) โดยต้องมีหลักฐานการใช้ชีวิตร่วมบ้านเดียวกัน แชร์ค่าใช้จ่ายกันอย่างน้อย 12 เดือนเต็มก่อนวันยื่นคำร้องครับ
Q2: คู่รักเพศเดียวกัน (LGBTQ+) สามารถขอวีซ่าคู่ครองออสเตรเลียได้หรือไม่?
A: ได้แน่นอนครับ ออสเตรเลียรับรองกฎหมายสมรสเท่าเทียม หากจดทะเบียนสมรสในประเทศที่รองรับ หรือสามารถพิสูจน์ความสัมพันธ์แบบ De facto ได้ครบ 12 เดือน ก็สามารถยื่นขอ Partner Visa ได้ด้วยเงื่อนไขเดียวกันกับคู่รักชายหญิงครับ
Q3: แฟนเป็นคนออสเตรเลียแต่ตกงาน สามารถเป็นสปอนเซอร์วีซ่าให้เราได้ไหม?
A: การเป็นสปอนเซอร์วีซ่าคู่ครอง ไม่ได้กำหนดรายได้ขั้นต่ำแบบวีซ่าผู้ติดตามครับ แต่ทางสถานทูตอาจจะพิจารณาว่าสปอนเซอร์จะสามารถดูแลคุณได้หรือไม่ แนะนำให้ชี้แจงสถานะทางการเงินของคุณประกอบด้วย หรือหาผู้ค้ำประกันร่วม (Assurance of Support) หากสถานทูตร้องขอครับ
Q4: ระหว่างรอผลวีซ่า Subclass 309 อยู่ที่ไทย สามารถขอวีซ่าท่องเที่ยวบินไปหาแฟนได้ไหม?
A: สามารถขอ Visitor Visa (Subclass 600) บินไปเยี่ยมแฟนระหว่างรอผลได้ครับ แต่ต้องแจ้งสถานทูตให้ชัดเจน และเมื่อวีซ่า 309 ใกล้จะอนุมัติ สถานทูตอาจแจ้งให้คุณบินออกจากออสเตรเลียก่อน เพื่อทำการออกวีซ่า 309 ให้ตามกฎ Offshore ครับ
Q5: Bridging Visa A (BVA) คืออะไร จะได้ตอนไหน?
A: BVA คือวีซ่าชั่วคราวที่จะได้รับ “อัตโนมัติ” เมื่อคุณยื่นคำร้องขอวีซ่า Onshore (Subclass 820) ภายในออสเตรเลีย ในขณะที่วีซ่าเดิมยังไม่หมดอายุครับ BVA จะเริ่มมีผลเมื่อวีซ่าตัวเดิมหมดอายุลง ทำให้คุณสามารถอยู่ต่อและทำงานได้อย่างถูกกฎหมายระหว่างรอผล 820 ครับ
Q6: หากยื่นวีซ่าคู่ครองแล้ว ต่อมาเลิกกัน วีซ่าจะถูกยกเลิกไหม?
A: หากเลิกกันในขณะที่ยังถือวีซ่าชั่วคราว (309 หรือ 820) วีซ่าของคุณอาจถูกยกเลิกครับ เว้นแต่จะมีข้อยกเว้นพิเศษ เช่น คุณถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว (Domestic Violence) หรือมีบุตรด้วยกันและคุณมีสิทธิ์ในการดูแลบุตรครับ
Q7: การเขียนจดหมายเล่าประวัติความรัก (Relationship Statement) สำคัญแค่ไหน?
A: สำคัญมากครับ! เป็นเอกสารที่ทั้งคุณและสปอนเซอร์ต้องเขียนแยกกัน (หรือเขียนร่วมกัน) เพื่อเล่าไทม์ไลน์ตั้งแต่ตอนเจอกัน พัฒนาการของความรัก การใช้ชีวิตคู่ การจัดการการเงิน และแผนอนาคต เพื่อให้เจ้าหน้าที่เห็นภาพความผูกพันที่แท้จริง
Q8: สปอนเซอร์เคยทำวีซ่าคู่ครองให้คนอื่นมาก่อนหน้านี้ จะทำให้เราผ่านยากไหม?
A: กฎหมายกำหนดให้ชาวออสเตรเลีย 1 คน สามารถเป็นสปอนเซอร์วีซ่าคู่ครองได้สูงสุดเพียง 2 ครั้งในชีวิตเท่านั้นครับ และระยะห่างจากการเป็นสปอนเซอร์ครั้งแรกถึงครั้งที่สองต้องห่างกันอย่างน้อย 5 ปี หากอยู่ในเงื่อนไขนี้ก็สามารถยื่นได้ปกติครับ
Q9: จำเป็นต้องสอบภาษาอังกฤษ (IELTS/PTE) สำหรับวีซ่าคู่ครองไหม?
A: ณ ปี 2026 ผู้ยื่นคำร้องหลักยังไม่จำเป็นต้องยื่นคะแนนสอบภาษาอังกฤษตอนขอวีซ่าชั่วคราวครับ แต่รัฐบาลออสเตรเลียมีนโยบายสนับสนุนให้ผู้ย้ายถิ่นฐานเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ซึ่งคุณอาจต้องเข้าร่วมโครงการเรียนภาษาอังกฤษฟรีสำหรับผู้อพยพ (AMEP) เมื่อเดินทางไปถึงครับ
Q10: เอกสารเยอะมาก ถ้าแปลเองและยื่นเอง โอกาสผ่านมีไหม?
A: โอกาสผ่านมีแน่นอนครับหากเอกสารถูกต้องครบถ้วน แต่เนื่องจากค่าธรรมเนียมสูงเกินสองแสนบาท การแปลเอกสารบางจุดผิดพลาดหรือจัดเรียงหน้า ImmiAccount ไม่เป็นระเบียบ อาจทำให้เสียเวลาโดนขอเอกสารเพิ่มหรือเสี่ยงโดนปฏิเสธได้ การให้ iLC ช่วยตรวจสอบและจัดการให้ในราคาเริ่มต้นเพียง 1,500 บาท จึงเป็นหลักประกันความอุ่นใจที่คุ้มค่ากว่ามากครับ

ช่องทางติดต่อใช้บริการ iLC (International Language Center)
Call Center : 094-4529111
Line Official ID : @ILC.LTD (มี @ ข้างหน้า)
Email : contact@ilc.ltd
Website : www.ilc.business
ที่อยู่สำนักงานใหญ่ : 61 ซอยลาดพร้าว 95 (ปรางค์ทิพย์) แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310
สาขาขอนแก่น (โครงการ The Wall) : ชั้น 2 โครงการ The Wall ถนนรื่นรมย์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
สาขาอุดรธานี : 31/43 ถนนศรีชมชื่น ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี 41000
เปิดทำการ : วันจันทร์-เสาร์ เวลา 09:00 – 18:00 น. หยุดทุกวันอาทิตย์
บริการทั้งหมดของเรา
One-Stop Service ครบ จบ ทุกเรื่องเอกสาร ที่ iLC (International Language Center)
ไม่ว่าคุณจะต้องการ แปลเอกสาร รับรองเอกสาร ยื่นขอวีซ่า จดทะเบียนสมรส หรือบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเอกสาร iLC (International Language Center) พร้อมให้บริการแบบ One-Stop Service ครบวงจร
บริการแปลภาษา
- บริการแปลเอกสารโดย นักแปลมืออาชีพ และนักแปลเจ้าของภาษา
- บริการแปลเอกสารทุกภาษาทั่วโลก กว่า 196 ภาษา
- บริการแปลภาษาทุกประเภท เช่น เอกสารราชการ เอกสารส่วนตัว Website และงานอื่น ๆ
- บริการแปล พร้อมรับรองโดยสถาบันแปล
- บริการแปล พร้อมรับรอง โดยหน่วยงานต่าง ๆ
บริการรับรองเอกสาร
- บริการรับรองเอกสาร NAATI
- บริการรับรองเอกสารโดยสถาบันแปล
- บริการรับรองสถานทูตทั่วโลก
- บริการรับรองกงสุล
- บริการทนาย Notary Public
- บริการแปล รับรองโดยนักแปลที่ขึ้นทะเบียนสถานทูต
- บริการแปล รับรองโดยนักแปลที่ขึ้นทะเบียนสถานทูต กระทรวงยุติธรรม
บริการอื่น ๆ
- บริการให้คำปรึกษาวีซ่า รับยื่นวีซ่า รับทำวีซ่า รับแก้วีซ่าไม่ผ่าน สำหรับชาวไทยที่ต้องการเดินทางไปต่างประเทศ
- บริการล่ามแปลภาษานอกสถานที่ ล่ามแปลสด ล่ามแปลแบบ ONLINE ทุกภาษาทั่วโลก
- บริการตรวจสอบประวัติอาชญากรกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อใช้สมัครงานในประเทศไทย สำหรับบุคคลสัญชาติไทย
- บริการตรวจสอบประวัติอาชญากรกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อนำไปใช้ยื่นขอวีซ่า หรือนำไปใช้ที่ต่างประเทศ สำหรับบุคคลสัญชาติไทย
- บริการให้คำปรึกษา และจัดเตรียมเอกสารสำหรับจดทะเบียนสมรสในประเทศไทย ระหว่างบุคคลสัญชาติไทยและชาวต่างชาติทุกสัญชาติทั่วโลก
- บริการให้คำปรึกษา และจัดเตรียมเอกสารสำหรับจดทะเบียนสมรสที่ต่างประเทศทุกประเทศทั่วโลก ระหว่างบุคคลสัญชาติไทยและชาวต่างชาติ
- บริการให้คำปรึกษาวีซ่า รับทำวีซ่า รับยื่นวีซ่า รับแก้วีซ่าไม่ผ่าน ทุกประเทศทั่วโลกสำหรับชาวต่างชาติ
- บริการทำวีซ่าประเทศไทยสำหรับชาวต่างชาติ NON-O, วีซ่าอุปการะบุตร, วีซ่าติดตามสามี, วีซ่าติดตามภรรยา, วีซ่าเกษียณ, NON-B, WORK PERMIT, VISA EXTENSION, ED-VISA, MOU
- บริการจองและจำหน่ายตั๋วเครื่องบินทุกสายการบิน และทุกเส้นทางทั่วโลก
- บริการจำหน่ายประกันภัยการเดินทางไปต่างประเทศ
- บริการจัดหา TOURIST VOUCHER เพื่อใช้ในการยื่นขอวีซ่า
- บริการจัดหา LOI (LETTER OF INVITATION) เพื่อใช้ในการยื่นขอวีซ่า
- บริการทำบัตร APEC (Business Travel Card) สำหรับบุคคลสัญชาติไทย
ตัวอย่างผลงานของเรา
นักแปลและทนายของเรา
นักแปล NAATI ของเรา

นักแปลภาษาจีน

นักแปลไทย-อังกฤษ

นักแปลไทย-อังกฤษ

นักแปลไทย-อังกฤษ
ทนาย Notary Public ของเรา
iLC (International Language Center) ภูมิใจนำเสนอทีมนักแปลมืออาชีพผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาจากทั่วทุกมุมโลก ทีมทนาย Notary Public ไม่ว่าคุณจะต้องการ แปลเอกสาร รับรองเอกสาร เรามีนักแปลที่เหมาะสมกับงานของคุณ นักแปลของเราผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มงวด และมีประสบการณ์ในการแปลเอกสารหลากหลายประเภท เช่น เอกสารทางกฎหมาย เอกสารทางการแพทย์ เอกสารทางวิชาการ และเอกสารทางธุรกิจ เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้รับงานแปลที่มีคุณภาพ ถูกต้อง และตรงตามความต้องการ นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของทีมนักแปลของเราเท่านั้น เรายังมีนักแปลอีกมากมายที่พร้อมให้บริการ รองรับทุกภาษาทั่วโลก ติดต่อเรา วันนี้เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการแปลภาษาของเรา
ที่อยู่สำนักงานใหญ่ 95 โครงการ The Wall ถนนรื่นรมย์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น 40000
สาขากรุงเทพ 61 ซอย ลาดพร้าว95 (ปรางค์ทิพย์) แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310
สาขาอุดร 31/43 ถนนศรีชมชื่น ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี 41000
สาขาภูเก็ต วายซี 114/12 ถนนปฏิพัทธ์, ตำบลตลาดเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต 83000



















